เลือกซีพียูกับการ์ดจอที่ใช้อยู่ แล้วดูว่าคู่นี้สมดุลกันไหม — คำตอบเปลี่ยนตามความละเอียดที่เล่น
สเปคเกมอัปเดตจากหน้า Steam และหน้าทางการของผู้พัฒนา เมื่อ 12 ต.ค. 2026 · สเปคที่เราแนะนำเลือกจากรุ่นที่ยังมีขาย และไม่ต่ำกว่าสเปคของเกม
ใส่เซนส์กับ DPI ของเกมที่เล่นอยู่ แล้วได้เซนส์ของอีกเกมที่ขยับมือเท่าเดิม เล็งได้เหมือนเดิมตั้งแต่นัดแรก
ระยะเลื่อนเมาส์จะเท่าเดิมทั้งสองเกม ถ้าตั้งเซนส์ใน VALORANT เป็น 0.3771 ที่ 800 DPI หัน 1 รอบจะเลื่อนเมาส์ 43.3 ซม. เท่ากับใน Counter-Strike 2
ที่ 800 DPI · เฉพาะเซนส์ตอนไม่เล็ง ส่วนเซนส์ตอนเล็งหรือส่องกล้อง (ADS / Scope) แต่ละเกมคิดไม่เหมือนกัน ต้องปรับแยก
แต่ละเกมแปลงการขยับเมาส์เป็นการหันกล้องไม่เท่ากัน ค่านี้เรียกว่า yaw คือจำนวนองศาที่หันต่อการขยับเมาส์ 1 หน่วยที่เซนส์ 1 เราแปลงโดยให้ระยะมือที่ใช้หมุนครบ 1 รอบ (cm/360) เท่ากันทั้งสองเกม สูตรคือ เซนส์ใหม่ = เซนส์เดิม × (yaw เกมเดิม ÷ yaw เกมใหม่) ถ้าเปลี่ยน DPI ด้วยก็คูณ DPI เดิม ÷ DPI ใหม่
ค่า yaw ที่ใช้: Counter-Strike 2 0.022, VALORANT 0.07, Fortnite 0.005555, Apex Legends 0.022, Overwatch 2 0.0066, Marvel Rivals 0.0175, Call of Duty: Black Ops 7 / Warzone 0.0066, Rainbow Six Siege 0.00572957795, Destiny 2 0.0066, Escape from Tarkov 0.125, Deadlock 0.044, FragPunk 0.05555, Team Fortress 2 0.022 เราใส่เฉพาะเกมที่ค่าตรงกันอย่างน้อย 2 แหล่ง เกมอื่นจะเพิ่มเมื่อยืนยันค่าได้
ข้อควรรู้บางเกม: Fortnite ใส่ค่าเป็น % ตามที่เห็นในเกม · Rainbow Six Siege คิดจากค่าตัวคูณเริ่มต้น (0.02) ถ้าเคยแก้ไฟล์ตั้งค่าเองผลจะไม่ตรง · Escape from Tarkov ชุดเกราะ หมวก และน้ำหนักทำให้หันช้าลงได้ · PUBG, Battlefield 6 และ THE FINALS ยังไม่ใส่ เพราะสูตรของแต่ละแหล่งไม่ตรงกัน
eDPI คือ DPI × เซนส์ ใช้เทียบกับคนอื่นที่เล่นเกมเดียวกัน แต่เอาไปเทียบข้ามเกมไม่ได้ เพราะแต่ละเกมมี yaw ไม่เท่ากัน ส่วน cm/360 คือระยะที่มือต้องขยับจริงเพื่อหมุนครบ 1 รอบ เทียบได้ทุกเกม
FOV ที่กว้างขึ้นทำให้ภาพบนจอดูเลื่อนช้าลง แต่ระยะมือที่ใช้หมุน 1 รอบยังเท่าเดิม เราจึงแปลงด้วย cm/360 อย่างเดียว ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไป